Know your kid – ISSUE 11

“มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท”

นึกย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก 6-7 ขวบ ผมยังจำได้ดีว่าผมมีกระปุกออมสินรูปม้าใบหนึ่ง  ก็คงเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจะฝึกฝนให้เราเป็นคนรู้จักออม รู้จักค่าของเงิน แต่ด้วยความที่ว่าเป็นเด็กกระมัง  ผมก็วิ่งไปขอเงินคุณปู่ที  คุณย่าที แล้วนำมาหยอดกระปุก  เพราะอยากให้มันเต็มไว ๆ  พอกระปุกเต็ม  ผมก็ดีใจมาก  มานั่งนับกับคุณแม่ว่าได้เท่าไร  แล้วก็นำเงินที่ได้ไปฝากธนาคาร  หลังจากนั้นก็ซื้อกระปุกใบใหม่  ผมก็เริ่มไปประจบคุณปู่คุณย่าใหม่ กระปุกของผมจะเต็มเร็วกว่าพี่ ๆ ของผมทุกครั้งครับ  เป็นแบบนี้อยู่พักใหญ่เลยทีเดียว  ผมเลยมานั่งนึกว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการสอนเราสมัยนั้น  มันให้อะไรเรามากกว่านั้นไหม  คุณแม่มักบอกผมเสมอว่าหากผมอยากได้อะไร ก็ต้องเก็บเงินใส่กระปุก แล้วนำเงินนั้นไปซื้อ  แต่เท่าที่ผมจำได้ผมยังไม่เคยนำเงินจากกระปุกไปซื้อของเลยซักที  คุณแม่ต่างหากจะเป็นคนออกสตางค์ซื้อของเล่นให้ผมทุกครั้ง  แล้วถ้าตอนนี้ผมจะลองหัดให้ลูก ๆ ผมหยอดกระปุกดูบ้าง  ทฤษฎีการออมนี้จะต้องเกิดประโยชน์มากกว่าเพียงเพื่อการซื้อของเล่นของพวกเขาเป็นแน่

จริง ๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่มีลูกย่างเข้าวัย 3 ขวบ  ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการเริ่มสอนให้เขารู้จักเรื่องของเงินแล้วล่ะครับ  เรายังไม่จำเป็นต้องสอนให้เขาจำว่านี่คือธนบัตรใบละยี่สิบ  นี่คือเหรียญห้าบาท  ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ  แต่เราจะเริ่มจากการเปิดโอกาสให้เด็กหัดจ่ายเงินเองบ้างเวลาไปซื้อของ  เช่น เวลาไปซื้อของเล่นในห้างสรรพสินค้า  เราควรให้เด็กเป็นคนยื่นเงินให้กับพนักงานขายของ   การเรียนรู้นี้เองจะช่วยให้เด็กเกิดการซึมซับข้อมูลและมีความเข้าใจในประโยชน์ของเงินว่า  เงินนั้นสามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนให้ได้สิ่งของที่ตัวเองต้องการหรือจำเป็นต้องได้มา

เมื่อหัดลูกไปได้สักพัก  ก็ควรเริ่มสอนลูกถึงว่าจะทำอย่างไรให้ได้เงินมา  แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงิน  ความคิดนี้เองที่ผู้ใหญ่ต้องปลูกฝังให้เขาเข้าใจที่มาของเงินว่าต้องทำงานถึงได้เงิน  คุณแม่ที่ไม่ได้ทำงานอาจจะบอกลูกว่าคุณพ่อต้องทำงานมากเป็นสองเท่าเพื่อคุณแม่ด้วย  และเมื่อใดก็ตามที่ลูกเริ่มร้องขอเงินไปซื้อขนมหรือของเล่น  คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้โดยไม่มีเหตุผลสมควรหรือไม่ควรให้ไปง่าย ๆ  แต่เพื่อเป็นการสั่งสมนิสัยของการเรียนรู้  คุณควรหัดให้เขาทำสิ่งตอบแทนเพื่อแลกกับเงินที่เขาอยากได้  เช่น  อาจให้ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นต้น

และเมื่อถึงเวลาที่คุณจูงลูกไปซื้อกระปุกใบแรก  ตัวคุณเองต้องมั่นใจว่าคุณจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการออมของเขาด้วย  ลองตรวจดูว่าคุณยังวางเศษเงินเรี่ยราดไหม  คุณยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้ลูกเห็นหรือเปล่า  พฤติกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับเด็ก  แม้ว่าเศษเงินอาจมีค่าน้อยนิด  แต่หากเราสามารถปฏิบัติตัวให้ลูกรู้ว่าเศษเงินนั้นเอง  เมื่อเก็บสะสมรวมกันจะมีมูลค่าเพิ่มเพียงใด  ให้เขาได้หยอดเหรียญลงกระปุกด้วยตัวเอง  แม้ว่าอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเต็ม  จุดเล็ก ๆ นี้จะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะอดทน  เมื่อเต็มแล้วจึงมาช่วยกันเปิดกล่องนับเงิน  เขาจะตระหนักว่าเมื่อเงินมารวมกัน  มันมีค่ามากมาย  สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคืออย่าทำให้เด็กเรียนรู้แค่ทฤษฎี  แต่ต้องให้เห็นจริงและจับต้องได้  ต้องทำให้เด็กเห็นว่าเงินที่สะสมมานั้นนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง  หากคุณตั้งใจนำเงินฝากธนาคาร   ควรแบ่งออกมาเล็กน้อยก่อนและนำเงินนั้นไปซื้อของเล่นหรือซื้อไอศครีม  เพื่อเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จในการออม

แน่นอนครับประโยชน์ของการออมไม่ใช่เพียงแค่การซื้อสิ่งของที่อยากได้เท่านั้น  แต่ลึกลงไปกว่านั้นมันคือการปลูกฝังทัศนคติและนิสัยที่ดีในเรื่องของเงิน  และแม้ว่าเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต  แต่ผู้ใหญ่อย่างเราควรให้เด็กระลึกไว้เสมอว่า  เงินไม่ใช่เพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิต  ดังนั้นอย่าปล่อยให้เงินควบคุมชีวิตของพวกเขาในท้ายที่สุด  พูดง่าย ๆ ก็คือพยายามสอนเด็กไม่ให้ผูกมัดตัวเองกับเงินจนเกินไป  อย่าจุดความคิดเด็ก ๆ ให้กดดันตัวเองว่าต้องหาเงิน  หาเงิน  หาเงินเท่านั้น  และนำเงินนั้นมาใช้จ่ายกับสิ่งฟุ่มเฟือย  หรือเกินความสามารถที่จะได้มา  เมื่อใดก็ตามที่เด็กเริ่มมีความคิดเช่นนั้น  เท่ากับว่าคุณได้ปล่อยให้เงินควบคุมชีวิตเขาอยู่ครับ

What can we help you find ?

Pin It on Pinterest

Shares
Share This

Share This

Share this post with your friends!