Know your kid – ISSUE 9

“เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ”

การเป็นพ่อเป็นแม่คนไม่ใช่เรื่องง่าย  กว่าจะเลี้ยงดูลูกแต่ละคนให้เติบใหญ่  อบรมสั่งสอนให้เขาเป็นคนดีของสังคมนั้นก็ถือว่ายากเช่นกัน  แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องตกลงกันนั้นก็คือ ทิศทางการตัดสินใจ ที่ต้องไปในแนวทางเดียวกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่  เพราะการตัดสินใจเกิดขึ้นทุกวัน วันละหลายครั้ง  นับตั้งแต่ทานข้าวที่ไหนดี  เจอกันกี่โมงดี  ลูกเข้าโรงเรียนไหนดี  ลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือ ควรซื้อให้ดีไหม  และอีกหลายต่อหลายอย่างที่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้เองท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นบ่อเกิดให้ครอบครัวเกิดความขัดแย้งขึ้นได้

 

ในสมัยเรียนพวกเราไม่เคยเรียนวิชาเลี้ยงดูลูกครับ  ผมยังไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัยไหนสอนเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที  แต่ว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคน  ทุกชาติ  ทุกศาสนาจะต้องพบเจอ  เมื่อคนสองคนแต่งงานและมีลูกร่วมกัน  แน่นอนว่าคุณต้องศึกษาและทำการบ้านอย่างมาก  นับตั้งแต่ซักถามจากพ่อแม่ของเราเอง  ถามเพื่อนฝูง  ค้นคว้าข้อมูลตามหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต  ฯลฯ  หลายท่านก็คงต้องศึกษามาก่อนแล้วถึงเรื่องทำอย่างไรเมื่อส่งลูกเข้าเรียนวันแรก  ผมเห็นหลายครอบครัวที่เวลามาส่งลูกวันแรกก็จะอยู่คอยจนลูกร้องไห้จะกลับบ้านด้วย  ส่วนมากคุณแม่จะทำใจไม่ได้ต้องเข้าไปปลอบโยนลูก  ในเมื่อตอนแรกคุณทั้งสองตัดสินใจกันแล้วว่าถ้าส่งลูกเข้าห้องแล้วจะกลับเลย    สิ่งที่ผมต้องการจะเสนอแนะก็คือ  การยอมรับในการตัดสินใจที่เราทำไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเรื่องของลูกเรานั้น  เราต้องควรกล้าที่จะตัดสินใจและยอมรับในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  แม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะผิดพลาดไปได้บ้าง  แต่เราก็ควรต้องยอมรับมัน  ไม่มีใครบนโลกครับที่ตัดสินใจถูกทุกอย่าง  ในบางครั้งการตัดสินใจของเราอาจส่งผลกระทบถึงลูกของเรา  หรือแม้แต่คนในครอบครัวอย่างคุณพ่อหรือคุณแม่ของเราเอง  สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะก็คือการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับลูกควรเป็นหน้าที่ของพ่อและแม่ทั้งคู่ครับ  เพื่อคุณทั้งสองจะได้มีส่วนร่วมในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับลูกของคุณ  เพื่อคุณจะไม่ต้องมานั่งทะเลาะเบาะแว้งกันว่าไม่ใช่การตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง  และคุณทั้งคู่ควรตัดสินใจไปในทิศทางเดียวกัน  คุณทั้งสองควรแชร์ความคิดร่วมกัน  ยอมรับความแตกต่างในความคิดเห็นของอีกฝ่าย  และหาจุดกลางเพื่อที่จะเดินทางต่อไป

 

ผมยกตัวอย่างตัวผมเอง  ผมทานอาหารมังสวิรัติ  ภรรยาผมไม่ใช่  คุณคิดว่าผมควรเลี้ยงลูกให้ทานมังสวิรัติเหมือนผม  หรือทานเหมือนแม่ดี  มนุษย์ทุกคนย่อมคิดว่าตัวเราเองดีกว่าหรือความคิดเราย่อมดีกว่า จริงไหมครับ  แต่ผมและภรรยาต้องมองข้ามจุดนั้นไป  เพราะมันไม่ใช่เรื่องระหว่างเราทั้งสอง  แต่มันหมายถึงลูก ๆ ทั้งสามของเรา  หากเรามัวแต่เอาความคิดเราเป็นใหญ่  เราก็จะไม่มีวันตัดสินใจได้เลย  ผมกับภรรยาต้องรอมชอมกันว่าเราจะให้เขาทานมังสวิรัติเมื่ออยู่ที่บ้าน  เพราะบ้านผมทำอาหารมังสิวิรัติอย่างเดียว  หากเขาโตขึ้นและกล้าตัดสินใจเองว่าเขาจะทานอะไร  ผมก็จะไม่ว่า  ลูกสาวคนโต 6 ขวบของผมทานมังสวิรัติเหมือนผมครับ   ส่วนลูกชาย เวลาไปโรงเรียนเห็นเพื่อนทานเนื้อสัตว์ ก็อยากทานกับเขาด้วย  ทุกวันนี้ลูกชายผมก็ทานแค่ไก่กับปลา  ส่วนลูกสาวคนเล็กผมตั้งใจให้เขาทานปลา เพราะเห็นว่าได้โปรตีนและมีประโยชน์ครับ  ภรรยาผมก็หัดทานมังสวิรัติได้เก่งแล้วครับ

 

คุณพ่อคุณแม่ครับ  ในเรื่องเกี่ยวกับลูก  แน่นอนว่าทุกท่านต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาอยู่แล้ว  ดังนั้นการตัดสินใจอะไรก็ตามย่อมเรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการกำหนดทิศทางความเป็นไปของเขาเลยทีเดียว  สิ่งที่ต้องระวังก็คือเราไม่ควรให้ลูกต้องได้รับผลกระทบหากคำตัดสินใจของคุณทั้งสองไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ลูกของคุณจะฟังใครดีล่ะครับหากพ่อเลือกจะไปทางซ้าย  แม่เลือกจะไปทางขวา  พ่อบอกดำ  แม่บอกขาว  พ่อบอกได้  แม่บอกห้าม  เด็กก็จะเกิดความสับสน  และไม่รู้ว่าจะเลือกไปทางไหนดี   เขาจะต้องเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รักกันในท้ายที่สุดครับ  หากเรื่องสำคัญนั้นเกี่ยวกับคุณและลูก  เมื่อถึงเวลาตัดสินใจคุณทั้งสองก็ควรเลือกทางที่ทำให้คุณและลูกมีความสุข   เพราะคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราก็คงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ล่ะครับ  หากไม่ใช่ความสุขของครอบครัว

What can we help you find ?

Pin It on Pinterest

Shares
Share This

Share This

Share this post with your friends!